2005/Sep/25

จากหนังสือพิมพ์ไทนรัฐ

ไดอะรีฮับ บทเรียนความขัดแย้ง ที่คนเดือดร้อนไม่ได้เป็นผู้ก่อ

เอาความทรงจำของพวกเรา กลับคืนมา!!!

หนึ่งในหลายประโยคที่ดังขึ้นเซ็งแซ่ ในมุมหนึ่งของโลกไซเบอร์ เมื่อหลายวันที่ผ่านมา ไม่แพ้ประโยคคำถามที่ว่า เธอย้ายไปเขียนที่ไหนเหรอ? หลังจากเกิดความปั่นป่วน ขึ้นกับชุมชนไดอะรี่ออนไลน์ ไดอะรี่ฮับ (www.diaryhub.com) เมื่อนายชนกสุ กาญจนพรพงศ์ เจ้าของและ ผู้ดูแลเว็บไซต์ กับ นายศิระ สัจจินานนท์ โปรแกรมเมอร์ เกิดความขัดแย้งกันจนทำให้เว็บไซต์ต้องปิด ให้บริการลงชั่วคราว เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ทำให้สมาชิกหลายหมื่นคนได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ต้องยอมรับกันว่าการเขียนไดอารีออนไลน์ของชาวไซเบอร์ ได้รับความนิยมจากทุกเพศ ทุกวัย ตั้งแต่วัยรุ่นหนุ่มสาววัยเรียน คนทำงาน ยันผู้สูงอายุที่เกษียนตนเองมาพักผ่อนอยู่บ้าน ด้วยรูปแบบการนำเสนอที่แปลกใหม่ แตกต่างจากการเขียนไดอารีเป็นเล่มๆ อยู่ที่บ้าน เพราะสามารถแต่งเติมเสริมลูกเล่นให้ไดอารีสวยงาม มีเทคนิคแพรวพราว ดึงดูดชวนให้อ่าน สามารถแบ่งปันให้เพื่อนในชุมชนออนไลน์ หรือคนทั่วไปได้อ่าน แม้จะมีความแตกต่างจากเว็บบล็อก (Blog) บ้างในเรื่องเนื้อหา การนำเสนอและรูปแบบการเขียน ที่บล็อกอาจดูจริงจัง และมีประเด็นสาระมากกว่าการเขียนเชิงไลฟ์สไตล์ของไดอารีออนไลน์

ด้วยเหตุนี้ จึงมีเว็บไซต์ที่ให้บริการไดอารีออนไลน์ เกิดขึ้นมามากมายในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา แม้เว็บไซต์รุ่นแรกๆ ที่บุกเบิกวงการจะล่มสลายลงไปตามกาลเวลา แต่ก็มีเว็บไซต์ใหม่ๆ มาทดแทนด้วยทีมงานผู้สร้างเดิมที่เคยทำ หรือคนที่เคยเขียนไดอารีลุกขึ้นมาทำเอง บางคนทำเว็บด้วยใจรัก เพราะอยากแบ่งปันความรู้สึกดีๆ ให้กับเพื่อชาวไซเบอร์ บางกลุ่มรวมตัวกันทำเว็บไซต์เพื่อสร้างสังคมออนไลน์ของคนชอบเขียนไดอารี อาทิ Storythai.com, Diaryhub.com และ Diaryclub.com เป็นต้น โดย 1-2 ปีที่ผ่านมาเว็บไซต์ที่โดดเด่นและเติบโตเร็วที่สุด คือ ไดอะรีฮับ (diaryhub) ด้วยทีมงานคนหนุ่ม-สาว ไฟแรงที่มีใจรักในการทำไดอารี

โลกไซเบอร์ก็ดำเนินตามสิ่งที่ควรจะเป็น มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ปริมาณผู้เข้าเว็บไซต์ก็เพิ่มสูงขึ้น เกินกว่าที่จะใช้ทรัพยากรระบบที่มีจำกัดรองรับได้ หากเจ้าของเว็บไซต์มีเงินถุงเงินถัง การขยายเว็บคงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ส่วนมากคนทำเว็บก็ไม่ได้มีเงินมากอย่างที่กล่าว ดังนั้น ทางออกที่แก้ปัญหาเรื่องเงินได้ คือ เว็บไซต์ต้องมีรายได้มาหล่อเลี้ยง หลายเว็บไซต์อาจไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะต้องทำเว็บ แบบเชิงพาณิชย์ จึงไม่มีการวางแผนงานปล่อยเลยตามเลย ทั้งนี้ การที่มีรายได้เข้ามามาก ก็ต้องมีเรื่องผลประโยชน์ หรือ เงินๆ ทองที่ไม่เคยเข้าใครออกใคร แล้วก็เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางชุมชนออนไลน์ที่ชื่อ ไดอะรีฮับดอทคอม

IT Digest จะไม่เสนอรายละเอียดความขัดแย้งหรือชี้ว่าใครถูกใครผิด แต่จะแนะให้เห็นถึงสิ่งที่เว็บมาสเตอร์ หรือ ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะต้องนำกรณีของไดอะรี่ฮับเป็นกรณีศึกษารวมถึงแนวทางการแก้ไขข้อพิพาท และการป้องกันโดยคนในวงการด้วยกันเอง

นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์ ผู้ดูแลเว็บไซต์ สตอรีไทยดอทคอม แสดงความเห็นว่า ไดอะรีฮับ คือ ตัวอย่างของเว็บไซต์มีเจ้าของมากกว่า 1 คน เริ่มต้นจากการทำด้วยใจรัก แต่ไม่มีการวางแผนทางธุรกิจ ขาดการเตรียมพร้อม และการตกลงเรื่องผลประโยชน์ที่ชัดเจน ดังนั้น จากนี้ไปการเลือกคนที่จะมาทำธุรกิจ หรือเป็นหุ้นส่วน ต้องดูรายละเอียดภูมิหลัง รวมทั้ง ดูนิสัยแม้จะเป็นเรื่องยากแต่ก็เป็นสิ่งสำคัญ อีกทั้ง ต้องระวัง การคิดจะเอาเด็กเข้ามาทำงาน ด้วยก็ต้องวางแผนให้ดี เพราะเราไม่สามารถคาดหวังอะไรจากเด็กใหม่ได้นัก

ผู้ดูแลเว็บไซต์ สตอรีไทยฯ แสดงความเห็นต่อว่า การแก้ปัญหานั้น คงต้องใจเย็นกันทั้ง 2 ฝ่าย พยายามหาทางออกโดยการหาผู้ใหญ่เข้าไกล่เกลี่ย ถ้ามีปัญหาก็น่าจะแบ่งปันให้คนในชุมชน ที่บอกว่าเป็นครอบครัวให้ทราบ เป็นทางออกทางหนึ่ง หรือทำประชาพิจารณ์ให้สมาชิก ที่อยู่เหนียวแน่น ออกมาแสดงความเห็น อาจมีกรอบมากำหนดเป็นจริยธรรม เช่น ผู้ใช้บริการก็ควรจะเรียกร้องสิทธิ์ของตนเอง เพื่อเป็นบรรทัดฐานไม่ใช่ปล่อยปละละเลย แต่ก็กลัวเหมือนกันว่าผู้ใช้จะฟ้องร้องเว็บไซต์ จนกลายเป็นเรื่องบานปลาย รวมทั้ง ความรับผิดชอบเกี่ยวกับข้อมูลของผู้ใช้บริการ การรักษาความลับ สำหรับการควบคุมคงยาก เพราะแต่ละเว็บมีความแตกต่างกัน

ควรคำนึงว่า Community Web เป็นชุมชนที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของเด็ดขาด เพราะมีความสัมพันธ์ของสมาชิกที่ลึกซึ้ง หากบอกว่าเว็บนี้เป็นของตน และจะกระทบกับสมาชิกทุกคนที่ช่วยสร้าง หากผู้ดูแลเว็บไซต์ตัดสินใจทำอะไร ไปโดยพลการ อีกทั้ง ยังกระทบสังคมบนอินเทอร์เน็ตเป็นภาพที่ไม่ดี คนภายนอกจะคิดอย่างไรเมื่อคนบนอินเทอร์เน็ตมาทะเลาะกัน สร้างภาพอย่างนั้นอย่างนี้ ปากบอกว่าทำเพื่อความอบอุ่น อุดมการณ์ และวัฒนธรรม แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นเรื่องผลประโยชน์ นายอลงกรณ์ กล่าว

ด้าน นายทีปกร วุฒิพิทยามงคล ผู้ดูแลเว็บไซต์ เอ็กซ์ทีนดอทคอม เว็บบล็อกเพื่อคนไทย ตัวแทนวัยรุ่นที่ก้าวขึ้นมาทำเว็บไซต์ กล่าวว่า กรณีของไดอะรีฮับสอนให้รู้ว่า หากคิดทำเว็บเชิงธุรกิจควรมีการร่างสัญญา เพราะเรื่องเงินๆ ทองๆ อาจมีปัญหา เรื่องโกงมีอยู่ตลอดเวลา การเปิดบัญชีเงินก็ต้องเป็นบัญชีร่วม ทีมงานทุกคนสามารถตรวจสอบความโปร่งใสได้ แต่ถ้าเกิดปัญหาจริงๆ เว็บไซต์ต้องเปิดใช้ได้ตามปกติ หรือหากต้องปิดก็จะแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้า เพื่อสมาชิกจะได้สำรองข้อมูลเก็บไว้ ไม่ใช่อยู่ดีๆปิดไปเลย โดยมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมกับผู้ใช้ และเขาเหล่านั้นน่าจะมีทางเลือกที่มากกว่านี้

ผู้ดูแลเว็บไซต์ เอ็กซ์ทีน ดอทคอม กล่าวอีกว่า ส่วนตัวมองว่าเรื่องความขัดแย้งของทีมงาน ควรเป็นเรื่องภายในที่รู้เฉพาะคนทำเว็บ ผู้ใช้ไม่ควรจะรับรู้เรื่องปัญหาความขัดแย้งภายใน ส่วนการเปิดโหวตหาทางออกก็สามรถทำได้ แต่จะเกิดความแตกแยกให้ผู้ใช้งาน และทางออกบางอย่างก็ไม่อาจใช้งานได้จริง โดยสำหรับตัวผู้ใช้คงเป็นการลำบาก ที่จะมาพิจารณาว่า เว็บไซต์ใดมีปัญหา เพราะคำนึงแต่ลูกเล่น พื้นที่ และฟีเจอร์ต่างๆ ที่จะได้รับ แต่อยากจะแนะให้ผู้ใช้งานทุกคนระมัดระวังตัวมากขึ้น ไม่เอาข้อมูลลับขึ้นไปบนเว็บไซต์ นอกจากนี้ ไม่คิดว่าเรื่องดังกล่าวจะทำให้ไดอารีออนไลน์ถูกมองในแง่ลบจากสังคม เพียงแต่ขอให้อย่าตื่นตกใจมากเกินไปก็พอ

ส่วน นส.วรงค์ชนก เทียมทินกฤต บรรณาธิการ เว็บไซต์ ไดอารีคลับดอทคอม แสดงความเห็นว่า ถือเป็นกรณีศึกษาในการทำเว็บไซต์ที่มีเจ้าของ 2 คน ที่ควรจะตกลงเรื่องผลประโยชน์ตั้งแต่เว็บเปิดให้บริการ ส่วนตนหากเมื่อเว็บไซต์เกิดปัญหา ไม่สามารถให้บริการได้ ก็จะมีการแจ้งล่วงหน้า 1 อาทิตย์ และมีการชี้แจงปัญหาให้ สมาชิกทราบ เพื่อที่สมาชิกจะได้แบ็คอัพข้อมูลเก็บ หรือ ขอให้ทางเว็บไรท์ลงซีดีให้ ทั้งนี้ เว็บไซต์ไดอารีคลับไม่มีการเก็บเงินกับสมาชิกมา 2 ปีแล้ว แม้จะซื้อเซิร์ฟเวอร์เพิ่มเติมก็มาจากเงินส่วนตัว

บรรณาธิการ เว็บไซต์ ไดอารีคลับดอทคอม กล่าวเสริมว่า ตามปกติการทำธุรกิจโดยทั่วไป จะมีสัญญาที่ระบุสัดส่วนรายได้ให้ชัดเจน คนทำเว็บไซต์ต้องดำเนินการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยที่กระทบกับผู้ใช้บริการน้อยที่สุด เนื่องจากผู้ใช้ไม่ควรมาเดือดร้อนกับปัญหา ที่เขาไม่ได้ก่อขึ้น ปัญหาต่างๆ ควรตกลงกันให้เรียบร้อย แม้ขณะนี้ มีการเปิดเว็บไซต์ แห่งใหม่ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา แต่ผู้ใช้ที่เป็นสมาชิกก็คงอยากเห็นการจับมือกันของทั้ง 2 ฝ่ายมากกว่า ถือเป็นอุทาหรณ์ว่า แม้จะเป็นเพื่อนสนิทที่คบหากันมานาน แต่อนาคตเป็นเรื่องไม่แน่นอน เชื่อว่าเรื่องนี้ไม่มีใครผิด เพียงแต่ทั้ง 2 ฝ่ายมองกันคนละทางเท่านั้น

เจ้าของเว็บไซต์ทุกคนรักเว็บของตนเองอยู่แล้ว เพียงแต่แต่การรักจะเป็นไป ในรูปแบบใด สมาชิก และผู้ใช้งานทุกคนคงจะแยกแยะออกว่าอะไรเป็นอะไร การปิดตัวลงของไดอะรีฮับไม่ใช่เรื่องแปลกในวงการไดอารีออนไลน์ ก่อนหน้านี้ก็มีเว็บแบบเดียวกันปิดตัวลงเช่นกัน โดยเป็นเรื่องที่ปกติเมื่อมีเว็บใหม่ๆ เกิดก็ต้องมีเว็บเก่าปิดตัวเองลง สุดท้ายอยากฝากว่า คนทำเว็บอย่าไว้ใจใคร 100% ควรมีสัญญามาผูกมัดกันการเปลี่ยนแปลง การทำเว็บไซต์ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การทำให้เว็บเกิดหรือมีชีวิตอยู่ต่อได้ยากมากกว่า นส.วรงค์ชนก กล่าว

ไม่มีใครรู้ว่า มิตรภาพ ภายใต้โลกไซเบอร์มีอานุภาพเพียงใด จนกว่าจะได้พบเจอด้วยตัวเอง

เรื่องค่าสมาชิกจะดูเหมือนเป็นเรื่องใหญ่สำหรับไดอะรี่ฮับกลุ่มหนึ่ง ขณะที่ความรู้สึกของสมาชิกผู้ใช้บริการไดอะรี่ฮับอีกกลุ่มหนึ่งน่าจะ ไม่ต่างไปจากเด็กคนหนึ่งที่พ่อแม่หย่าร้างกันแล้วต้องแยกบ้านไปอยู่คนละหลังและ จำเป็นต้องเลือกว่าจะอยู่กับใครซึ่งไม่ว่าจะเลือกอยู่กับพ่อหรือแม่ ก็สร้างความรู้สึกปวดใจได้ไม่แพ้กันเพราะในบ้านหลังเดิมนั้นเคยเป็นครอบครัวที่อบอุ่น มีญาติผู้ใหญ่ มีพี่ มีน้อง มีเพื่อน ที่พร้อมจะแชร์ความรู้สึกและเรื่องราวที่ผ่านเข้ามา ในชีวิตในแต่ละวัน หากเลือกได้สมาชิกทุกคนก็คงอยากจะได้บรรยากาศเก่าๆ กับความเป็น ครอบครัวไดอะรี่ฮับ กลับคืนมา แม้ว่าจะดูเป็นเรื่องยากเหลือเกิน

เป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับคนที่ชื่นชอบการเขียนไดอารีออนไลน์ ที่เจอเหตุการณ์เช่นนี้ ผู้ที่ก่อปัญหาจะรู้หรือไม่ว่ามีผู้ใช้บริการต้องเดือดร้อนและ อึดอัดใจมากเพียงใดกับปัญหา ที่พวกเขาไม่ได้ก่อ แต่อย่างน้อยกรณีความขัดแย้งของไดอะรีฮับน่าจะเป็น ตัวอย่างของการดำเนินธุรกิจเว็บไซต์ จากการทำด้วยใจรักก้าวไปสู่การทำเพื่อเชิงพาณิชย์

ถือเป็นบทเรียนที่น่าสะเทือนใจและหวังว่าจากนี้ไป ผู้ดูแลเว็บไซต์จะมีความระมัด ระวังไม่ให้เกิดปัญหากับผู้ใช้ที่บอกว่าเป็นเหมือน คนในครอบครัว เช่นนี้อีก...

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ขอบคุณที่นำมาเผยแพร่ค่ะ
#1  by  white peace At 2005-09-25 10:12, 
ได้รับข่าวสารที่ไม่เคยอ่านมาก่อน ขอบคุณ kraroknoi นะคะที่นำมาเผยแพร่ ได้เห็นแง่มุมความคิดของ webmaster จากหลายๆ ที่ สำหรับเราที่เป็น user ก็คิดว่าการที่จะทำเวบไซค์นั้น ก็ควรจะมีสัญญาระหว่างกันในทีมงาน ในเรื่องการแบ่งปันผลประโยชน์ให้ชัดเจน จะได้ไม่เกิดปัญหาตามหลัง ก็ขอให้เป็นบทเรียนที่สำคัญของคนรักไดอารี่ละกันเนอะ.... หวังว่าคงจะไม่เกิดปัญหาแบบนี้อีก เพราะเราก็เป็นคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจนต้องมาขอสมัครเป็นสมาชิก exteen ด้วยคน แต่สมาชิกเก่าที่นี่น่ารักนะคะ ให้การต้อนรับเพื่อนใหม่อย่างอบอุ่นเหมือนๆ ไดอารี่ฮับ แล้วก็รู้สึกว่าได้รับความรู้มากกว่า เพราะที่นี่เป็น blog เริ่มหลงรัก exteen เข้าแล้วละ ชอบเวบมาสเตอร์กับคุณแม่ของเวบมาสเตอร์ด้วยค่ะ คุณแม่น่ารักมากๆๆ มาเขียน blog คอยติดตามงานของลูกชายเสมอ
#2  by  ©>KoNPiSeD™® At 2005-09-25 10:35, 
Thanks so very much for taking your time to create this very useful and informative site. I have learned a lot from your site. Thanks!!
#3  by  Honda Miami (87.248.183.183) At 2006-08-30 23:50, 
I am here to say hello and you have a great site!



#4  by  Robitussin (201.245.163.2 /192.168.254.254) At 2006-09-11 21:33, 
Very interesting and professional site! Good Luck!
#5  by  Halcion (203.113.13.3) At 2006-09-14 21:09, 
Hello.Thanks so much.
#6  by  Kamagra (195.188.16.14) At 2006-11-03 05:34, 
ขอบคุณค่ะที่นำมาเผยแพร่ แม้จะผ่านมานานแล้วแต่ก็เพิ่งได้มาอ่านจริงๆจังๆ เราก็เป็นคนหนึ่งที่โดนไปเต็มๆ เพราะเพิ่งจ่ายค่าสมาชิกไปไม่นานเท่าไหร่ก็ปิดเวปซะแล้ว ไดอารี่ที่เคยเขียนไว้ก็หายหมด เสียดายมาก ทุกวันนี้ก็กำลังหาที่เขียนใหม่อยู่เหมือนกันนะเนี่ย
#7  by  um (202.139.223.18) At 2008-06-20 19:51, 
ไดฮับเอาความทรงจำเราไปหมดเลย แย่มาก กินเงินไปตั้งเยอะอย่าง ผิดพลาดบ่อยขนาดนี้ ผิดแล้วผิดเล่าโกงใครต่อใครไป ไม่ กลัวบาปหรอ ว่ะ ไอ้ เลว ทั้งหลาย
#8  by  สุ (125.24.56.196) At 2008-07-18 21:22, 

<< Home